“เสือใต้” ยังไม่นิ่ง

ถึงแม้ว่าภายนอก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมแห่งศึกบุนเดสลีก้า เยอรมัน จะยังดูอยู่ในฟอร์มที่ดี และผลงานช่วงต้นฤดูกาลก็ถือว่าพอใช้ได้ โดยจาก 5 นัดที่ผ่านมา เก็บชัยชนะได้ถึง 4 นัด โดยเริ่มจากเปิดฤดูกาลบุนเดสลีก้าเอาชนะไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นไปได้ 3-1 และบุกเอาชนะแวร์เดอร์ เบรเมน 2-0 โดยมาได้ประตูในช่วงครึ่งเวลาหลังจากโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าทีมชาติโปแลนด์ทั้ง 2 ประตู ต่อมากลับมาพลาดท่าพ่ายให้กับฮอฟเฟ่นไฮม์ 0-2 แต่กลับคืนฟอร์มได้ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เปิดอัลลิอันซ์ อารีน่า เอาชนะอันเดอร์เลชไปได้ 3-0 และยำใหญ่ใส่ไมนซ์ 4-0 หากดูจากผลงานจะเห็นว่าก็เป็นผลงานที่ใช้ได้ทีเดียว จะมีเกมที่แพ้ฮอฟเฟ่นไฮม์เท่านั้นที่ถือว่าพลิกล็อค แต่หากดูจากทรงเกมต่างๆ ตลอดช่วงพรีซีซั่นมาจนถึงตอนนี้ จะเห็นได้ว่าการขาดหายไปของชาบี อลอนโซ่ กองกลางชาวสเปน และฟิลิป ลาห์ม ยอดแบ็คชาวเยอรมัน ที่ประกาศแขวนสตั๊ดไปทั้งคู่ ส่งผลต่อทีมเป็นอย่างยิ่ง แถมในช่วงตลาดการซื้อขายนักเตะในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็เสริมทีมได้ถือว่าธรรมดาๆ ไม่หวือหวาอะไรมากนัก จนทำให้โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าคนสำคัญของสโมสรต้องออกมาโวยผ่านสื่อเล็กน้อย เพราะได้มาเพียงโกล็องแต็ง โทลิสโซ่ กองกลางตัวตัดเกมจากโอลิมปิก ลียง คิงส์ลี่ย์ โกม็อง ปีกดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสจากยูเวนตุส และฮาเมส โรดริเกซ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติโคลอมเบียที่มาจากเรอัล มาดริดในสัญญาแบบยืมตัว 2 ฤดูกาล แต่ก็เสียนักเตะออกจากทีมไปหลายรายเช่นกัน ทั้งดั๊กลาส คอสต้า ปีกชาวบราซิเลี่ยนที่ย้ายไปอยู่กับยูเวนตุส และเรนาโต้ ซานเชส ดาวรุ่งชาวโปรตุเกสที่ปล่อยให้สวอนซี ซิตี้ จากอังกฤษยืมตัวไปใช้งาน

ทรงเกมก็ไม่ค่อยดีมาตั้งแต่ช่วงเกมอุ่นเครื่องที่ประเทศจีนแล้ว โดยแพ้ให้กับเอซี มิลานถึง 4-0 และมาแพ้ต่ออินเตอร์ มิลานอีก 0-2 แถมกลับมาเล่นศึกออดี้ คัพที่บ้านตัวเองยังแพ้ยับเยินให้กับลิเวอร์พูลอีก 0-3 ตามด้วยพ่ายนาโปลีอีก 0-2 ในรอยชิงอันดับ 3 อีกด้วย ซึ่งจากนักวิเคราะห์ต่างๆ มองว่าน่าจะมีปัญหาภายในสโมสรบาเยิร์น มิวนิคก็เป็นได้ และน่าจะเริ่มมีคลื่นใต้น้ำเกิดขึ้นเสียแล้ว จึงทำให้ฟอร์มของทีมถึงไม่นิ่งในเวลานี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่คาร์โล อันเชล็อตติ ยอดกุนซือชาวอิตาเลี่ยนต้องหาทางแก้ไขให้ได้ มิเช่นนั้นฤดูกาลหน้าไม่น่าจะได้โอกาสในการคุมทีมต่อตามข่าวลือที่ออกมา

ซิตี้ เปิดบ้านท้ารบ เอฟเวอร์ตัน

     ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดมันเดย์ไนต์ ที่สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโปรแกรมเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตัน ทีมที่เสริมทัพผู้เล่นได้อย่างน่าสนใจมากในฤดูกาลนี้ ผลงานในนัดแรกของทั้งสองทีมถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งคู่ โดยแมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปเอาชนะทีมอย่าง ไบร์ทตันได้ 2-0 และเอฟเวอร์ตันเอาชนะสโต๊ค ซิตี้ ได้ 1-0 สำหรับรายละเอียดต่างๆของการแข่งขันคู่นี้จะเป็นอย่างไรไปติดตามกันเลย

เริ่มที่ความพร้อมก่อนลงสนามของทั้งสองทีม เจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะไม่สามารถใช้งานผู้เล่นได้สองคน คือ อิลกาย กุนโดกัน และ เบนจามิน เมนดี้ ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บลงสนามไม่ได้  แต่สำหรับผู้เล่นคนอื่นๆของทีมสามารถลงเล่นได้ทั้งหมด โดยเชื่อว่าน่าจัดทีมโดนเน้นผู้เล่นชุดเดิมที่เอาชนะไบร์ทตันได้ โดยจะมีนักเตะอย่าง เซร์จิโอ อากูเอโร่ และ กาเบียล เจซุส เป็นกองหน้าตัวเป้า แดนกลางประกอบไปได้วย เควิน เดอ บรอยน์ ดาบิด ซิลบา และ เฟอร์นานดินโญ่ ด้านทีมเยือน เอฟเวอร์ตันของกุนซือ โรนัลด์ คูมัน สภาพทีมมีปัญหาสุดๆ นักเตะมีอาการบาดเจ็บหลายคนมากไม่ว่าจะเป็น รอส บาสลี่ย์ อารอน เลนน่อน เซมุส โคลแมน เจมส์ แม็คคาร์ธี่ย์ และคนอื่นๆ ทำให้การจัดทัพมีข้อจำกัดพอสมควร  โดยน่าจะส่งผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง จิฟฟี่ ซิดกุ๊ดสัน นักเตะค่าตัว 45 ล้านปอนด์จากสโมสรสวอนซี ซิตี้ ลงสนามเป็นตัวจริงทันที โดยจะประสานงานร่วมกับ มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน  และ เวยน์ รูนี่ย์ โดยกองหน้าใช้ ซานโดร รามิเรซ เป็นตัวความหวังสูงสุด

สำหรับผลงานการเจอกันของทั้งสองทีม 5 นัดล่าสุด เป็นเอฟเวอร์ตันที่ทำผลงานได้ดีกว่าเล็กน้อย โดยชนะได้ 2 นัด เสมอกัน 2 นัด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ 1 นัด โดยนัดล่าสุดที่เจอกัน เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม ปี 2017 โดยเอฟเวอร์ตันเปิดกูดิสันปาร์ค เอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้อย่างขาดลอย 4-0

สำหรับบทวิเคราะห์ของเกมส์การแข่งขันคู่นี้ ถือว่าน่าจะสนุกอย่างมาก เพราะเป็นทีมที่เล่นเกมส์รุกด้วยกันทั้งสองทีม ทำให้น่าจะเปิดเกมส์แลกกันอย่างแน่นอน ซึ่งผลของการแข่งขันคู่นี้ น่าจะวัดกันที่ประสิทธิภาพในการปิดสกอร์ของแนวรุกทั้งสองทีมว่าใครจะทำได้ดีกว่ากัน ซึ่งดูแล้วยังเชื่อใจเจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มากกว่า เพราะมีผู้เล่นชั้นดีหลายคน และมีประสบการณ์ ทำให้เกมส์นี้เชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ น่าจะดีพอในการเก็บสามคะแนนในนัดนี้ ตาสกอร์น่าจะออกมาอย่างสูสี  2-1 หรือไม่ก็ 3-2

ยายา ตูเรลั่น ไม่ได้หลงอยู่ในอำนาจของเงิน

ข่าวฟุตบอลที่น่าสนใจโดยทีมงาน ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ คนที่มีอาชีพนักฟุตบอลส่วนใหญ่ ก็มักจะเกิดจากการที่มีพวกเขามีความฝัน ที่อยากจะเป้นนักฟุตบอลที่เก่ง มีชื่อเสียง และบางครั้งอาจจะเป็นตำนานที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกชื่อของเขาเอาไว้ ส่วนอีเหตุผลหนึ่งที่บางคนอย่างเป็นนักฟุตบอลก็เพียงต้องการเงินทองมาเลี้ยงดูปากท้องและครอบครัวของพวกเขา

สำหรับ ยายา ตูเร กองกลางตัวฉกาจ ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวัย 33 ปี นั้นเขาได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในกรณีที่มีนักเตะเลือกที่จะย้ายไปโกยเงินเข้ากระเป๋าตัวเองที่ประเทศจีน โดยสังกัดในไชนีส ซูเปอร์ลีก  ซึ่งในทางกลับกัน สำหรับ ยายา ตูเร แล้ว เขาให้การยืนยันทันทีว่า ต้องการที่จะค้าแข้งใน พรีเมียร์ ต่อไปอีกหลายปี

ตูเร แสดงความคิดเห็นว่า เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมนักเตะดีๆ หลายคนมักจะยอมทิ้งฟุตบอลระดับสูงไป เพื่อโกยเงินจากจีน และการเล่นฟุตบอลในยุโรปโดยเฉพาะในอังกฤษนั้น อย่างน้อยก็สามารถทำให้คุณมีโอกาสลงเล่นในสนามได้อีกหลายปี และการที่คุณใช้ตัวเลือกที่จะไปค้าแข้งในจีนมันก็เป็นอะไรที่น่าโมโหตัวเองที่สุด อยากให้ทุกคนลองถามใจตัวเองดูว่า ทุกวันนี้ที่คุณเล่นฟุตบอล เกิดจากการที่คุณรักและใส่ใจมันจริงๆ หรือว่าเพราะต้องการหาเงินเท่านั้น สำหรับตูเรแล้ว เขาเลือกคำตอบข้อแรก เนื่องจากเขาชอบที่จะลงสนามเพื่อช่วยเพื่อนร่วมทีม แล้วชอบความท้าทายที่จะได้เล่นประชัดฝีเท้ากับบรรดานัดเตะและทีมระดับต้นๆ ยกตัวอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่แม้จะอายุเยอะแล้ว เขายังมีโอกาสได้ลงสนามและฝีมือยังดีเยี่ยมอยู่เลย  ส่วนเรื่องเงินที่ได้มา ตูเรถือว่ามันคือโบนัสแห่งชีวิต หากเราโชคดีที่ได้สโมสรใหญ่ๆซื้อตัวได้ เราก็จะได้เงินเยอะตามมา แต่ถ้าหากต้องไปเล่นที่จีนก็คงจะไม่ไป

มูรินโญ เผยความในใจสุดซึ้ง สาเหตุที่ตนเองหลงรักปีศาจแดงอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

บทความวงการฟุตบอลโดย sbo ประเทศไทย กุนซือคนสำคัญอย่าง โซเซ มูรินโญ ผู้กุมบังเหียนของกองทัพปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาเผยถึงความรู้สึกที่อยู่ก้นบึ้งของจิตใจของตน เกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เขาตกหลุมรักการคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในดินแดน โอลด์ แทร์ฟฟอร์ดนี้ ซึ่งมันก็เป็นอะไรที่ถึงกับทำให้คนอย่างเขาเกิดความรู้สึกที่มากมายจนชนิดที่เรียกได้ว่า ตกหลุมรักอย่างโงหัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว

เขาเปิดเผยให้สื่อผู้สัมภาษณ์ว่า อาจจะเป็นเพราะบรรดาแฟนๆของปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั่วไปนั่นแหละ ที่ทำให้เขาเกิดความประทับใจอย่างหาที่สุดไม่ได้  และพวกเขาเหล่านั้นเป็นกลุ่มคนที่มีความทรงจำอันน่าเหลือเชื่อในอดีตแต่ก็ยังคงยอมรัลกับความจริงปัจจุบันได้ และพวกเขาก็คือคนที่คาดหวังให้ทีมของเราประทับความสำเร็จแต่ในขณะเดียวกันพวกเขาต่างก็เข้าใจถึงเส้นทางที่ทีมต้องฟันฝ่าไปด้วยกันแล้วยังคงสนับสนุนให้กำลังใจทีมเสมอมา แต่จะต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายแค่ไหน สิ่งเหล่านี้ กุนซือคนเก่งกล่าวสำทับอีกว่า สำหรับเขาแล้วแฟนคลับคือสิ่งที่สำคัญมากที่สุดจนทำให้เขาตกหลุมรักสโมสรนี้เข้าไปเต็มๆ  ซึ่งแฟนคลับก็เสมือนเป็นยาชูกำลังอันยิ่งใหญ่ในการส่งเสริมให้ทีมมีแรงขับเคลื่อนต่อไปในการแข่งขันแต่ละนัด และถ้าไม่มีแฟนคลับเหล่านี้ เรี่ยวแรงของทีมก็คงค่อยๆสูญหายไปเรื่อยๆ

ไม่ว่าทีมไหนก็ตามก็คงอยากมีแฟนคลับที่คอยทุ่มเทเชียร์ให้กำลังใจพวกเขา แม้ว่าการแข่งขันจะจบลงที่ผลแบบไหนก็ตาม ขอให้แฟนคลับยังคงศรัทธาและเชื่อมั่นในทีมก็เพียงพอแล้ว

มูยันไม่เคยมีปัญหากับคล็อปป์

ข่าวฟุตบอลโดยทีมงาน sbobet ประเทศไทย หลังจากเกมที่เสมอกันของแมนยูฯและลิเวอร์พูล จากนัดวันที่ 15 มค 2017 ที่ผ่านมา มีช่วงเวลาหนึ่งที่ โชเซ่ มูรินโญ่ และ เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำท่าเหมือนจะเดือดใส่กัน จากสาเหตุที่คล็อปป์เข้าใจผิดคิดว่ามูรินโญ่ไปยุให้โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ โดนไล่ออก ล่าสุด มูรินโญ่ได้ออกมาเผยแล้วว่า เขาได้ได้คิดจะไปหาเรื่องหรือมีปัญหากับคล็อปป์เลย

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รีบออกมาปฏิเสธอย่างว่องไว้ หลังจากที่นักข่าวได้แอบจับภาพในชอตที่ตนกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือหงส์แดง ทะเลาะกันที่ข้างสนามระหว่างเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ทั้งสองพบกันในศึกวันแดงเดือด โดยเกมจบลงที่ 1 – 1 เจ๊ากันไป   ทั้งนี้จากเหตุการณ์ดังกล่าวอันเดร์ เอร์เรร่า กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ไปดึงเสื้อ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จนทำให้ฟีร์มีโน่ ผลักอีกฝ่าย ซึ่งจังหวะนี้นั่นเองที่มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม เข้าไปคุยบางอย่างกับทีมผู้ตัดสิน ทำให้คล็อปป์ เดินเข้ามาหาเขาด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์ ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินแยกย้ายกันไป

มูรินโญ่กล่าวว่า คล็อปป์คิดว่าเขาไปขอให้กรรมการไล่นักเตะของคล็อปป์ออกจากสนาม ซึ่งเขาไม่ได้ทำอย่างนั้นเลย จริงๆแล้วมันไม่ได้มีปัญหาอะไร เขาคิดว่าเกมนี้ได้รับการตัดสินอย่างถูกต้อง นักเตะทุกคนก็มีความตั้งใจอย่างเต็มที่ แต่พวกเขาก็ทำโดยที่ใช้อารมณ์กันแบบมืออาชีพ และกรรมการเองก็ถือว่าทำได้อย่างดีมากในจุดๆนั้น ถึงมันจะมีการเล่นที่ดุเดือดก็ตาม แต่มันก็เป็นเพียงแค่เกมๆหนึ่งเท่านั้น

มาต้า นักเตะที่ถูกลืม

เจมี่ คาราเกอร์ ตำนานกองหลังของลิเวอร์พูล ได้ออกมาให้ความคิดเห็นส่วนตัวว่า ฆวน มาต้า กองกลางของแมนฯยู สมควรที่จะได้รับความชื่นชมบ้างทั้งจากแฟนๆบ้าง เนื่องจากเขาเห็นว่า มาต้านี่แหละคือหนึ่งในสุดยอดนักเตะที่เก่งกาจที่สุดในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ  ซึ่งจากผลงานที่ผ่านมาในนัดที่ ปีศาจแดงเปิดบ้านพบกับปืนใหญ่อาร์เซนอล เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 แม้ผลที่ออกมาจะเสมอกัน 1- 1 แต่ผู้ที่เป็นคนทำประตูเสมอให้กับแมนฯยูก็คือ ฆวน  มาต้า โดยที่ประตูนี้ นับว่าเป็นเป็นประตูที่ 3 ชองเขาในลีกประจำฤดูกาลนี้  ซึ่งก็ถือว่าเป็นผลงานที่น่าชื่นชมมากๆ แต่ทำไมล่ะ? ทั้งสื่อและแฟนๆกลับมีการพูดถึงฝีมือของเขาน้อยลงๆเข้าไปทุกที

คาราเกอร์ให้เหตุผลว่า การที่มาต้าไม่ได้ถูกสื่อจับตามองหรือกระทั่งให้การชื่นชมเท่าใดนัก มันเกิดมาตั้งแต่ครั้งเมื่อ มาต้าเคยเป็นนักเตะยอดเยี่ยมในช่วง 2 ปีระหว่างการค้าแข่งในสโมสรเชลซี แต่ทว่าหลังจากที่มีกุนซือฝีมือพระกาฬอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาบริหารทีม และก็ตัดสินใจขายตัวเขาออกไป ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับนักเตะคนนี้ ทั้งชื่อเสียงก็ค่อยๆลงลดตามลำดับ แม้ว่าฝีมือจะไม่เคยลดลงตามทั้งยังคอยสร้างผลงานที่ดีกับบ้านหลังใหม่อย่างแมนฯยูมาโดยตลอด สิ่งที่มูรินโญ่กระทำนั้น ใครๆก็อาจมองว่า เขาทำถูกแล้ว เพราะเขาคือผู้จัดการทีมที่เก่งที่สุดในโลก แต่ใครจะรู้ล่ะ….ว่าหากมองอีกด้านแล้ว สิ่งที่มูรินโญ่ทำ อาจเป็นสิ่งที่ถือว่าผิดพลาดมากที่สุดก็จะว่าได้

ฉะนั้นแล้ว พรสวรรค์ที่แสดงให้โลกเห็นของ ฆวน มาต้า แม้จะมีจุดด้อยยู่บ้างในเรื่องของความเร็ว แต่เขาก็สมควรได้รับความชื่นชมอย่างเต็มภาคภูมิบ้างเช่นกัน

 

 

 

บาเยิร์น ไม่น่าพลาด 3 คะแนน

ฟุตบอลบุนเดสลีกาเยอรมัน ประจำสัปดาห์นี้เป็นการลงเล่นนัดที่ 8 ของฤดูกาล โดยคู่ที่เราจะมาพูดถึง คือเกมส์ที่สนามอัลลีอันซ์ อารีน่า บาเยิร์น มิวนิค อันดับ 1 ของตาราง จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ โบรุสเซี่ย มึนเช่นกลัดบัด ทีมอันดับที่ 9 ของตาราง โดยทั้งสองทีมเพิ่งผ่านการลงเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาและสามารถเอาชนะได้ทั้งสองทีม โดย บาเยิร์น มิวนิค เอาชนะ พีเอสวี ไปได้อย่างขาดลอย 4-1 ส่วน โบรุสเซี่ย มึนเช่นกลัดบัด บุกไปเอาชนะ เซลติก ได้ 2-0

อันดับในตารางฟุตบอลบุนเดสลีกาล่าสุด บาเยิร์น มิวนิค อันดับที่ 1 ของตาราง โดยเก็บได้ 17 คะแนน จาก 7 นัด ส่วนโบรุสเซี่ย มึนเช่นกลัดบัด อยู่อันดับที่ 9 ของตาราง โดยมี 11 คะแนน จาก 7 นัด  สำหรับมุมมองผลการแข่งขันที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นสำหรับเกมส์การแข่งขันคู่นี้ ทีมทรรศนะ แทงบอลออนไลน์  ยังมองไปที่เจ้าบ้าน บาเยิร์น มิวนิค เพราะตอนนี้ฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมกลับมาแล้ว โดยลูกทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ กลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โธมัส มุลเลอร์ ฟร้องค์ ริเบรี่ และ ชาบี อลอนโซ่  ส่วน โบรุสเซี่ย มึนเช่นกลัดบัด แม้ว่าจะทำผลงานได้ดีในช่วงกลางสัปดาห์แต่การมาเจอกับ บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงนี้โอกาสที่จะมีคะแนนกลับออกไปถือว่ายากจริงๆ โดยรวมแล้วยังเชื่อว่าเจ้าบ้าน บาเยิร์น มิวนิค ไม่น่าจะพลาดในการเก็บสามคะแนนได้อย่างแน่นอน  อยู่ที่ว่าจะชนะเท่าไหร่เท่านั้นสกอร์น่าจะอยู่ 2-0 หรือไม่ก็ 3-1

วิเคราะห์บอล ลาลีกา บาเลนเซีย พบ บาร์เซโลนา

ฟุตบอลลาลีกาสเปน ประจำสัปดาห์นี้ มีเกมส์ที่น่าสนใจที่สนามเมสตาย่า บาเลนเซีย เปิดบ้านรับการมาเยือนของ บาร์เซโลนา โดยการเจอกันของทั้งสองทีม จะเป็นการลงเล่นนัดที่ 9 ของทั้งสองทีม โดยรายละเอียดของคู่นี้จะมีอะไรบ้างไปติดตามกันเลย

เริ่มที่สถิติการพบกันห้านัดล่าสุดของทั้งสองทีม บาร์เซโลนาทำได้ดีกว่าเล็กน้อย โดยเอาชนะได้ 2 ครั้ง เสมอกัน 2 ครั้ง และ บาเลนเซียชนะได้ 1 ครั้ง โดยเกมส์นัดล่าสุดที่ทั้งสองทีมเจอกันเกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งบาเลนเซียทำผลงานได้อย่างสุดยอดโดยบุกมาเอาชนะบาร์เซโลนาได้ 2-1 สำหรับความพร้อมก่อนลงสนามของทั้งสองทีม บาเลนเซีย เจ้าบ้านถือว่าค่อนข้างพร้อมอย่างมากในเกมส์นี้โดยไม่มีผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบน โดยผู้เล่นชุดใหญ่สามารถลงสนามได้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็น นานี่ กองกลางทีมชาติดปรตุเกส แดเนี่ยล ปาเรโฆ่ กองกลางตัวเก่ง และ โจเซ่ กาย่า แบ๊กซ้ายจอมบุกทีมชาติสเปน ด้านทีมเยือนบาร์เซโลนา ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-0 แต่การจัดทัพลงสนามมีปัญหาพอสมควร โดย เซร์จี้ โรแบร์โต  และ ฆอร์ดี้ อัลบา มีปัญหาอาการบาดเจ็บไม่สามารถลงสนามได้แน่นอน และต้องรอเช็คความฟิตของ เคราร์ด ปีเก้ ว่าจะลงสนามได้หรือไม่ด้วย เพราะมีปัยหาบาดเจ็บเล็กน้อย วิเคราะห์บอลคู่นี้ ยังคงเชื่อมั่นในบาร์เซโลนามากกว่าเพราะแนวรุกก็สามารถลงสนามได้หมด ดังนั้นเชื่อว่าบาร์เซโลนาชนะแน่นอน

วิเคราะห์แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ กลุ่ม ดี

แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ทัวร์นาเม้นต์ใหญ่แห่งแดนกาฬทวีปใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว มาดูกันว่าในกลุ่ม ดี ใครน่าจะมีดูดี มีภาษีมากกว่าเพื่อตีตั๋วสองใบเข้าสู่รอบน็อกเอาท์ต่อไป

กลุ่มดี ก็ถือว่าไม่เบาสำหรับทีมเต็งลุ้นเข้ารอบที่น่าจะลุ้นถึงสามทีม ทั้งกานา รองแชมป์เก่า ยังอุดมไปด้วยนักเตะชุดเก่งอย่างสองพี่น้อง อังเดร กับจอร์แดน อายิว ร่วมกับดาวยิงตัวเก๋าอย่างอซาโมอาห์ กียาน โดยมีอัฟราม แกรนท์ เป็นกุนซือ ดูแล้วทัพ “ดาวดำ” น่าจะเป็นทีมที่ดูดีสุดในกลุ่มนี้ รองลงมาคือ มาลี ที่ขนผู้เล่นจากลีกยุโรปแทบยกทีม แม้จะเปลี่ยนผ่านจากยุคที่มีเฟรเดริก กานูเต้ กับเซดู เกอิต้า แต่โดยรวมแล้วพวกเขายังเป็นทีมที่แข็งแกร่งเหมือนเดิม

แต่ที่น่าสนใจอีกทีมคือ อียิปต์ อดีตแชมป์ 7 สมัย หลังจากได้แชมป์สามครั้งติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2006  ถึง 2010 ก็หายหน้าจากรายการนี้ไป 7 ปี กลับมาคราวนี้พวกเขาย่อมคิดถึงการทวงความยิ่งใหญ่กลับมาอีกครั้ง ภายใต้การคุมทีมกุนซือจอมแท็กติกอย่างเอ็กตอร์ คูเปร์ ทีมชุดนี้มีดาวดังจากลีกยุโรปไม่น้อย ทั้งโมฮาเมด ซาล่าห์, อาเม็ด เอล โมฮามาดี้ และโมฮาเม็ด เอลเนนี่ หากพวกเขาฟอร์มเข้าฝักแล้วล่ะก็ การผ่านเข้ารอบน็อกเอาท์อาจเป็นแค่ด่านเล็กๆ ก็เป็นได้

ขณะที่ทีมสุดท้าย คือ อูกันดา ถูกมองเป็นทีมรองบ่อนไปโดยปริยาย และการกลับมาเล่นรายการนี้ในรอบเกือบ 30 ปี ดูจะเป็นงานที่ยากเกินไปเมื่อมองดูเพื่อนร่วมกลุ่ม น่าจะตกรอบไปตามระเบียบ

วิเคราะห์แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ กลุ่ม ซี

แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ทัวร์นาเม้นต์ใหญ่แห่งแดนกาฬทวีปใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว มาดูกันว่าในกลุ่ม ซี ใครน่าจะมีดูดี มีภาษีมากกว่าเพื่อตีตั๋วสองใบเข้าสู่รอบน็อกเอาท์ต่อไป

กลุ่มนี้ ยกให้เป็น กรุ๊ป ออฟ เดธ ของทัวร์นาเม้นต์ปีนี้ไปเลย เพราะทั้งสี่ทีมมีชื่อชั้นและระดับฝีเท้าที่ใกล้เคียงกันมากที่สุด แต่แชมป์เก่าอย่าง ไอวอรี่ โคสต์ ยังดูมีภาษีมากที่สุดในกลุ่มนี้ แม้จะหมดยุคของสองแข้งเทพอย่าง ดิดิเยร์ ดร็อกบา กับยาย่า ตูเร่ ไปแล้ว แต่ทัพ “ช้างดำ” ชุดนี้ยังคงประดับด้วยแข้งชั้นยอดมากมาย ทั้งวิลฟรีด โบนี่, แซร์จ โอริเย่ร์, เอริก ไบญี่ , ซาโลมอง กาลู รวมถึง วิลฟรีด ซาฮา ปีกจากคริสตัล พาเลซ ที่เคยเล่นให้ทีมชาติอังกฤษในเกมอุ่นเครื่องมาแล้ว เปลี่ยนสัญชาติมาเล่นให้ไอวอรี่ โคสต์ แทน ยิ่งเพิ่มความน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาก็ต้องเป็นเต็งแชมป์ของรายการนี้ด้วย

อีกสามทีมที่เหลือ เรียกว่ากินกันไม่ลงก็ย่อมได้ เริ่มที่ดีอาร์ คองโก ที่มีนักเตะหลายคนเล่นในยุโรป ทั้งดิเออแมร์ซี่ เอ็มโบกานี่, ชองแซล เอ็มเบ็มบ้า, ยุสซุฟ มูลุมบู และเซดริก บากอมบู ก็ถือว่าไม่ธรรมดา ส่วนอีกทีมคือ โมร็อกโก ทีมแกร่งจากโซนแอฟริกาเหนือ มีเมดี้ เบนาเตีย ปราการหลังจากยูเวนตุส นำทัพ ร่วมกับนอร์ดิน อัมราบัต, คาริม เอล อาห์มาดี้ และฟายซาล ฟาจร์ ยังดูดีน่าลุ้นเข้ารอบและทีมสุดท้าย โตโก ที่แม้จะไม่มีเอ็มมานูเอล อเดบายอร์ แล้ว แต่พวกเขามีประสบการณ์สูงสำหรับรายการนี้ และน่าจะไม่ใช่หมูให้ใครเคี้ยวง่ายๆ แน่นอน